โรงเรียนตะวันส่อง:มือข้างนั้น
posted on 14 Jul 2008 22:23 by morning-sleepingชื่อเรื่อง : ความหนาวของแสงตะวัน
อนุภาค : กาลจารึก
อนุบท : มือข้างนั้นของเพียงฝันไป
ความรู้สึกลึกๆ มันแพร่กระจายเหมือนไวรัส เหมือนละอองDNA
ความคิดของเรา ล่องลอยอยู่ในจักรวาลเดียวกัน
แม้วันเวลาที่เคยได้พบกัน ผ่านมานาน เปราะบาง...
โรงเรียนเลิกแล้ว แต่เพียงฝันไปยังอยู่ที่โรงเรียน ในโรงเรียนยังเหลือเด็กอีกหลายร้อยคนกระจัดกระจายอยู่ทั่ว รวมไปถึงเหล่าเด็กหอในกำลังวุ่นวายอยู่กับการเก็บสัมภาระ เริ่มต้นการปิดเทอมใหญ่ วันสอบวันสุดท้ายของโรงเรียน ไม่รู้จะเสียใจหรือสนุกสุขใจดี
ชีวิตเด็กหอเป็นวันเวลาอันแสนหวาน การได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น กฎเกณฑ์ที่ต้องทำตาม และบรรยากาศเหมือนหนึ่งได้ใช้ชีวิตอยู่ในนิยาย แสงฟ้าแลบแปลบปลาบในฤดูฝนคืนหนึ่ง ความสวยงามของดวงตะวันสีแดงตกขอบโลกเวลามองจากบนหอ สายฝนพร่างพรูในวันหยุดที่ต้องเก็บตัวอยู่แต่ในหอ คืนวันอากาศหนาวๆที่โดนทำโทษ ความเหนื่อยล้าที่ต้องตื่นขึ้นมาวิ่งทุกเช้า และกิจกรรมไปเที่ยว งานประเพณี งานเลี้ยงต่างๆที่หอชายและหอหญิงร่วมกันทำ เรื่องราววีรกรรมของชาวเด็กหอ มันเป็นสิ่งที่ยากเกินจดจำหมดไหว
เพียงฝันไป เป็นเด็กหอที่อยู่ครบ 3ปีของมัธยมต้น หอพักโรงเรียนตะวันส่องไม่รับนักเรียนมัธยมปลาย เธอเก็บข้าวของมากองไว้ที่ลานหน้าห้อง”กิจการนักเรียนประจำ” เหล่าเด็กหอต่างมารวมกันอยู่ที่นี่
ในตอนนั้นมีรุ่นพี่คนหนึ่ง เขาไม่ใช่เด็กหอ แต่ก็ยังไม่กลับบ้าน เดินเข้ามาหาเพียงฝัน ทั้งคู่เดินไปคุยกันในที่ลับตาคน เป็นมุมใต้ต้นไม้หลังช็อป ข้างหน้าเป็นสระน้ำใหญ่ ใบบัวใบใหญ่ขึ้นเต็มผิวน้ำ ย่านนี้เป็นที่ประจำของเด็กหอ
ทั้งคู่คุยอะไรกันอยู่ ครู่ใหญ่ แล้วเพียงก็พูดขึ้นว่า
“ถ้าอย่างนั้นพี่มากับหนูหน่อย”
แล้วเขาก็เดินตามฉันมาเรื่อยๆ ทิ้งระยะห่างเพียงช่องว่างของอากาศเบาบาง เหมือนว่าสนิทสนมกับฉันเหลือเกิน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เราปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า เราทั้งสองนั้น ต่างก็ไม่ได้รู้จักกันเลย
ไม่รู้ว่าเขาเคยรักใครจริงๆไหม ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกของเขา เมื่อเขาบอกว่าหลงรักฉันเมื่อกี้นี้เป็นอย่างไร แต่สำหรับฉัน สิ่งที่ถูกฉันเรียกว่ารัก เป็นเหมือนเพียงการเปิดนิยายขึ้นอ่าน มันเป็นการอ่านนิยายของคน
คนที่เราหลงรัก คือคนในนิยาย
ในตอนแรก อยากรู้ทุกเรื่องของเขา อยากให้เขาบอกเล่าเรื่องราว หรืออยากฟังเรื่องราวของเขาจากคนอื่น ในระยะหลัง ก็อยากมีส่วนร่วมในเรื่องราวของเขา อยากให้เขารับรู้ และมีส่วนร่วมในเรื่องราวของเรา อยากให้ในเหตุการณ์แต่ละวันนั้นมีกันและกัน
ฉันเคยถามเพื่อนคนหนึ่ง เขาชื่อหมอกภูเขา ฉันถามเขาว่า ความรักของเขานั้นเป็นอย่างไร
เขาบอกว่า ก็แค่อยากที่เราอยากจะเจอใครสักคนทุกวันก็เท่านั้นเอง
ช่างเรียบง่ายเหลือเกิน สิ่งที่เรียบง่าย ใช่ว่าน้อยค่า เพราะความเรียบง่ายนั้น มันเข้าใจง่าย
ยิ่งเข้าใจ เราจึงจะยิ่งรู้สึกถึงคุณค่าของบางสิ่ง คำตอบของหมอกภูเขานั้น แสดงให้เห็นว่า หนึ่งชีวิตของเขานั้น ไม่ต้องการอะไรมากมายเลย
ฉันถามเพื่อนอีกคน ชื่อจิรเจตน์ เขาไม่ยอมตอบ เขาไม่เอ่ยปากอะไรเลย เขาเพียงยิ้มเท่านั้น แล้วมองขึ้นไปบนฟ้าไกล สำหรับฉัน ฉันเข้าใจ มันเรียบง่ายยิ่งกว่า ความหมายมันคงมากมายในใจ รอยยิ้มนั้นมันทำให้ฉันนึกถึงความรักของตัวฉันเอง
เหมือนเขาต้องการจะบอกว่า ความรักนั้นของใครของมัน
น่าแปลก ที่ชีวิตคนเรา หมกมุ่น อยู่กับความรัก
ฉันพารุ่นพี่คนที่บอกรักฉันมาที่หน้าหอชาย ฉันบอกให้เขารอหน้าหอ ฉันเดินเข้าไปข้างใน เพื่อนอีกคน เจนปราชญ์อินทร์กำลังนอนหนุนกองกระเป๋าอยู่
ในดวงตาของเจนปราชญ์อินทร์
เธอเดินเข้ามาหาผม เพื่อนสาวตัวเล็กๆ หน้าตาดูก็รู้ว่ามีอะไรบางอย่าง เธอเข้ามาถึงข้างในหอชาย แม้จะเป็นชั้นล่างที่ไม่มีอะไรก็ตามแต่ก็เป็นเขตหวงห้ามของผู้หญิง เธอเข้ามากระซิบข้างหูผมว่า
“ช่วยเป็นแฟนให้กูสักไม่นานหน่อยได้ไหม”
แล้วเธอก็คล้องแขนผมทรงตัวยืนขึ้นไป ร่างผมและเธอค่อยๆแนบชิดกัน ก้าวข้ามออกไปนอกประตู
แสงแดดส่องเข้ามา ตาผมสว่างพร่า เป็นแฟนกับมึงเนี่ยนะ เพียงฝัน นึกแล้วก็ขำไม่ออก ผู้หญิงอย่างเธอน่าจะมีแฟนเป็นผู้หญิงเหมือนกันด้วยซ้ำ
แต่ในความแก่นแก้ว ทะมัดทะแมงของเธอ ในบางครั้ง ผมเองก็ยังสัมผัสได้ถึงความละมุนละไมของเด็กผู้หญิงอยู่ มันเหมือนกลิ่นจางๆ เหมืองไออะไรบางอย่างที่แผ่ออกมารอบตัว ให้รู้สึกได้
เคยหลงรักใครบ้างไหม ไม่รู้ว่าความรักของเรานั้นคือของจริงหรือเปล่า หรือเป็นแค่สิ่งที่ถูกปลูกฝังกันมาเท่านั้น ตั้งแต่เด็ก เราถูกปลูกฝังว่า เมื่อโตขึ้นมา เราต้องมีความรัก เราต้องรักใครสักคน
แต่ความรู้สึกของมันจริงๆ ความรักจริงๆมีไหม แล้วความรู้สึกรักจริงๆนั้นเป็นเช่นไร เราแน่ใจได้มากแค่ไหน หรือไม่ได้เลย
คนเราถูกสอนให้จดจำ คนเราถูกสอนให้ทำตาม หรือว่าความรักของเราเป็นแค่สิ่งที่ทำตามๆกันไป
มันก็แปลก มันก็ประหลาด เคยมีความรู้สึกหนึ่งเกิดขึ้นกับผม แปลกประหลาด งดงามมากมาย เมื่อในช่วงชีวิตหนึ่งของผม ผมมองไปที่เด็กสาวคนหนึ่ง แล้วรู้สึกว่าทั่วทั้งจักรวาล มีเพียงเธอเท่านั้น มีเป็นสิ่งมีชีวิต
เธอมีชีวิตจริงๆ ความมีชีวิตที่ผมพูดถึงนั้น สัมผัสได้อย่างแปลกประหลาด และแม้เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด ความรู้สึกที่เพิ่งเคยได้เกิดขึ้นกับผม เพียงคนเดียว เพียงครั้งแรก แต่ผมก็เชื่อมั่นสุดหัวใจ นั่นแหละคือความรัก
ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่รู้แค่ว่ามันคือสิ่งสวยงาม
ในวินาทีนั้น ผมหันไปมองเพียงฝัน กับใครอีกคนไม่รู้จักตรงหน้า ด้วยความที่เป็นเพื่อนกับเธอมานาน ผมพบว่าน้ำเสียงที่เธอพูด เป็นน้ำเสียงแกล้งเห็นใจ แกล้งเสียใจ และเพิ่งเคยเห็นเพียงฝันพูดเพราะๆ
“ขอโทษทีนะค่ะ เพียงแต่ว่า หนูมีแฟนแล้ว”
หนุ่มรุ่นพี่อึ้งไป แล้วก็ก้มผงกหัว เหมือนยอมรับ เจนเห็นแววตาของเขา แล้วพบว่า ตัวเขาเมื่อนานมาแล้ว ก็คงเคยเกิดความรู้สึกแบบเดียวกันนี้เอง
“เข้าใจแล้วล่ะ” บอกลาแล้วก็หันหลังก้าวออกไปจากที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
“น่าสงสารเขาออก ไอ้เพียง”
“ก็กูไม่ได้ชอบเขานี่นา เขาไม่ใช่คนในนิยาย”
เจนรู้สึกมือกุมจับไว้กับเพื่อนสาวกำหลวม เพียงฝันไปคลายมือออก แต่รู้สึกเหมือนกับโดนสะบัดหลุดลอย เจนรู้สึกเย็นชาที่มือข้างนั้น เผลอรู้สึกไปว่าการสวมบทเล่นละครเมื่อครู่ เป็นบทบาทจริง
“ไปล่ะ” เพื่อนสาวว่า แล้วก็เดินจากไป ร่างเล็กค่อยๆเล็กลงเมื่อออกห่างหอชายออกไป
เจนปราชญ์อินทร์ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น และรู้สึกว่าอยากยืนอยู่อย่างนั้นตลอดไป
------------------------------------------------
ปล. อัพเพื่อคนสองคน -*-

เจนปราชญ์อินทร์ ตั้งได้วิลิศดี
#1 By tiew@fine on 2008-07-14 22:51