โรงเรียนตะวันส่อง:ความรู้สึกนี้ไม่มีใครตั้งชื่อ
posted on 06 Jul 2008 18:08 by morning-sleepingชื่อเรื่อง : ความหนาวของแสงตะวัน
อนุภาค : กาลจารึก
อนุบท : ความรู้สึกนี้ไม่มีใครตั้งชื่อ
ยามเคยต้องสายลมปลิวไหว
เหลือไว้แค่เพียง
เศษเสี้ยวความทรงจำ
หมอกภูเขากำลังนอนฝัน ฝันเรื่องราวเดียวกันซ้ำซาก แต่ไม่ว่าจะฝันไปแล้วกี่ครั้ง เขาก็ยังทำอะไรไม่ถูกเช่นเดิม เหมือนหนึ่งว่าลืมไปว่าเคยฝันแบบนี้มาแล้ว ในตอนนี้เขาฝันว่าตนเองอยู่บนรถเมล์พร้อมเพื่อนๆ เธอคนนั้น เขาเองก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นใครชื่ออะไร เขาไม่รู้จักไม่เคยพบเธอมาก่อน ในโลกแห่งความจริง แต่เธอก็มาปรากฏอยู่ในความฝันของเขาทุกที บางทีเธอก็กลายร่างไปเป็นเพื่อนสาวในโรงเรียนที่เขาแอบมอง หรือสาวรุ่นพี่รุ่นน้องที่เขาแอบชอบ แต่ความรู้สึกถึง บุคลิกนิสัย ก็ยังเป็นเธอคนนั้น คนในฝัน
เธอคนนั้นนั่งเก้าอี้ด้านหลังคนละแถว เหม่อมองหน้าต่าง
เพื่อนของหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา แล้วบอกคล้ายกับต่อว่า ต่อว่าเขาที่ไม่ใส่ใจเธอคนนั้น บอกและถามเขาว่ารู้ไหมว่าเธอคนนั้นรักเขามาก ไปทำกับเธออย่างนั้นได้อย่างไร เขาเองก็ไม่รู้ว่าไปทำอะไรไว้ตอนไหน แต่ก็ผงกหัวรับเหมือนทุกครั้งที่เคยฝันมา แล้วก็เดินไปหาเธอคนนั้น
“เออ เธอโอเคนะ” หญิงสาวในฝันหันมาสบตามองความห่วงใยจากชายหนุ่ม แววตาเศร้าสร้อย เขาเข้าไปนั่งข้างๆ “เราขอโทษนะ บางทีเราก็ทำอะไรไป โดยที่เราก็ไม่รู้เลย...”
ถ้าหากว่าจะมีส่วนดีบ้างในตัวของหมอกภูเขา ก็คือการที่เขายอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเสมอ หากมีสิ่งใดผิดพลาด แม้ไม่รู้ที่มาที่ไป เขายอมรับความผิดนั้นไว้เอง
สำหรับเขา ให้เขาผิด ให้เขาพลาด ให้เขาเสียใจ มันดีกว่าให้คนอื่นเป็นอย่างนั้น
นั่นคือความคิด ความคิดที่ยอมให้ตนเองเจ็บช้ำก่อนผู้อื่น ให้ตนเองเจ็บช้ำดีกว่าให้ผู้อื่นเจ็บช้ำ
ความจริงแล้วหมอกภูเขาเป็นคนไม่เห็นความสำคัญของตนเอง เป็นมาตั้งแต่ม.2เทอมปลาย เขาอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งไม่มีเนื้อหาเกี่ยวอะไรเลยกับการทำให้มองไม่เห็นค่าของตนเอง แต่มันก็ทำให้เขาเป็นอย่างนั้น
เขาเคยบอกกับเด็กสาวที่มาแอบชอบเขาว่า
“มีเพียงชีวิตผู้อื่นเท่านั้น ที่มีค่าเพียงพอสำหรับการมีชีวิต”
ถ้อยคำนั้นเกี่ยวก้อยบอกเธอว่า อย่ามาเห็นคุณค่าในตัวฉันเลย
ชีวิตตัวฉันไม่สำคัญ ไม่มีค่าอะไรเลย
เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเขายอมรับแทนเพื่อน เวลาเขาถูกแกล้งถูกรังแกก็ทำเฉย เขานอบน้อมต่อคนที่มาเบ่งใส่ เขามองโลกใบนี้เปล่าๆ ด้วยสายตาปรือๆ มันไม่มีอะไรอยู่เลยจริงๆ
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราถึงชอบทำอะไรมากมายนัก ข้าต้องเก่ง ข้าต้องใหญ่ ข้าต้องเด่น ข้าต้องดัง ข้าต้องเป็นที่รักของคนอื่น ข้าไม่กลัวใคร ข้านี่แน่ โลกใบน้อยใบนี้เป็นของข้า
“โลกใบน้อยใบนี้เป็นของทุกคน และในนั้น ทุกคนก็มีโลกของตัวเอง”
เขาเข้าใจว่าคนที่ทำอย่างนั้น ในความจริงแล้วต้องการให้คนอื่นยอมรับตัวเองเท่านั้น
เอาเข้าจริงก็แค่ถูกยอมรับเพียงแต่หน้ากาก ในใจไม่ แค่กลัว แค่หาผลประโยชน์ ไม่มีใจเลย
หมอกภูเขาชอบยืนบนระเบียงตึกสูงๆแล้วมองออกไปบนฟ้าไกล หรือมองลงมายังข้างล่าง จนใครกลัวว่าเขาจะกระโดดลงไป
คนเราดีใจกับการได้มีชีวิต แต่เสียใจที่ชีวิตมีแต่ต้องมาพบเจอเรื่องเลวร้าย
รอบกายหมอกภูเขาไม่มีอะไรเลย ไม่มีดี ไม่มีเลว เป็นเพียงอากาศธาตุ เหมือนเขาละได้ทุกอย่าง
เขาชอบนอน นอน นอนตลอดเวลาที่สามารถนอนได้ อย่างน้อยก็ยังได้ฝัน ได้หลบมุมไปอยู่ในโลกอันอบอุ่น เงียบสงบ ปลอดภัย จริงใจ สายลมปลิวไหว
ทุกครั้งที่นอนจะฝัน ทุกครั้งที่ฝัน ตื่นมาแล้วก็จะจำไม่ได้ ว่าฝันอะไรไป
หมอกภูเขาเป็นอย่างนี้มาหนึ่งปี กับการไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง และการปล่อยวางทุกสิ่งรอบกายได้
หญิงสาวในฝันพูดกับเขาต่อ พร้อมน้ำตาพร่างพรู ค่อยๆหยดร่วงลงมาเป็นละอองใส
“ช่างมันเถอะ มันไม่สำคัญ...”
“สำคัญสิ ยังไงก็สำคัญมากกว่าเรา เราไม่อยากให้ใครต้องมาเสียใจเพราะเรา แค่นั้นมันก็มากเกินไปแล้ว ทำให้หมดแรง ไม่อยากทำอะไร ไม่ได้อยากทำร้ายใจใครเลย”
“ก็เพราะอยู่เฉยนั่นแหละ ถึงได้ทำร้ายใจคนอื่น เพราะทำร้ายตัวเอง ใจคนที่ห่วงใยก็ถูกทำลายไปด้วย”
เขาไม่รู้ความหมายอะไรเลย ตื่นขึ้นมาแล้วก็ลืมมันไป ได้ยินเสียงอาจารย์เรียกเก็บกระดาษคำตอบ
หมอกภูเขาสะลึมสะลือ สักพักจึงรู้ตัวว่าอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่
เขาออกมาจากห้องสอบ หลังส่งกระดาษคำตอบ เพื่อนสี่คนรี่เข้ามาหา พากันเดินลงอาคาร วันสอบวันสุดท้าย ของชั้นมัธยมต้นปี3 เป็นวันที่สบายเหลือเกิน
สายตาของเขาลางเลือน พร่างพร่า มองไม่ค่อยชัด เพราะเพิ่งตื่นนอน
ท่าเดินเหมือนอ่อนแรง ท่าทางเฉยชา สายตาเฉยเมินต่อสิ่งต่างๆรอบตัว เป็นบุคลิกของเขา
หมอกภูเขาเดินลงมาพอดีโรงเรียนเลิก อำลาเพื่อนๆแล้วเดินแยกกลุ่มมาที่สถานีรถไฟหน้าโรงเรียน ระหว่างทางออกจากโรงเรียน เขาเดินผ่านนอนเช้า ภูเขามองไปเห็นเพื่อนร่วมชั้นกำลังเหม่อมองใครสักคนอยู่ไกลๆ เขาไม่ได้สนใจอะไร จึงเดินเลยมา
รอรถไฟไม่นาน ขบวนยาวก็มาจอดเทียบท่า ฝูงนักเรียนต่างเทกันเข้าไปในโบกี้ เขาต้องยืนเบียดกับใครหลายคน และแอบอิงใครบางคน
เป็นร่างสูงโปร่งมากกว่าเขาเล็กน้อยของหญิงสาวคนหนึ่ง แอบอิงพิงหลังกับเขาอยู่ด้วยกัน เขาไม่สามารถขยับตัวหรือหันไปมองได้ รอบกายมีแต่ผู้คน แต่แผ่นหลังของเขาเหมือนสัมผัสกายหญิงสาวคนนั้น เขาเหมือนสามารถได้ยินเสียงหัวใจเต้นของเธอ
เขารับรู้สึกถึงความอบอุ่นแผ่บางๆออกมาจากเธอ เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง ผู้คนรอบตัวเธอจะรู้สึกอย่างนี้เมื่ออยู่ใกล้ตัวเธอ เขาไม่รู้ว่าคนข้างหลังเขาคือใคร คือใครในโรงเรียนตะวันส่อง
เหมือนมีเสียงเรียกหา หญิงสาวขานรับท่าทางเบิกบาน เสียงใสๆเอื้อนเอ่ยก่อน แล้วค่อยเดินจากไป ทิ้งเขาค้างไว้ ณ ที่ตรงนั้น ทันใดนั้นเขารู้สึกเหมือนยืนโหนรถไฟอยู่คนเดียว ลำพัง
เขารีบหันหลังไป ปรากฏเป็นใบหน้าสดใสของเด็กสาวคนนั้น คุยกับเพื่อนอยู่ ห่างออกไป
ไม่ใช่การตกหลุมรักหรอก เขาไม่มีค่าขนาดนั้น
เพียงแต่เป็นความรู้สึกที่ยังไม่มีใครตั้งชื่อเท่านั้นเอง
---------------------------------
โรงเรียนตะวันส่องมีทั้งนักเรียนประจำและไปกลับ ตั้งอยู่ย่านชานเมืองสนธยานคร โรงเรียนมีพื้นที่ถึง 99ไร่ รายรอบด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ไร่สวนของชาวบ้านด้านหลังโรงเรียน ในโรงเรียนมีป่ากระถินรกร้างวางอยู่หลังโรงยิม มีสระน้ำขนาดใหญ่ใกล้หมู่ตึก ห่างไปจากด้านหน้าโรงเรียนประมาณไม่กี่ร้อยเมตร เป็นชุมชนเล็กๆ ย่านหอพักและสถานีรถไฟ
ตึกเรียนสี่ชั้นสูงตระหง่าน ตั้งเรียงกันเป็นรัศมี ตรงกลางเป็นลานโล่งรูปวงกลม มองจากบนฟ้าคล้ายตราสัญลักษณ์โรงเรียนตะวันส่อง
-------------------------------------
เรื่องสั้นเหล่านี้เป็นเรื่องของนักเรียนกลุ่มหนึ่ง ในรุ่น7ของโรงเรียนตะวันส่อง ซึ่งไม่ได้เป็นตำนานอะไรมากมาย แต่ว่าความเล็กน้อย ความแผ่วบางของชีวิตเหล่านั้น สำหรับผมผู้เล่าแล้ว ผมรู้สึกอย่างให้เกิดเรื่องนี้มีขึ้นจริงๆ
edit @ 6 Jul 2008 18:27:09 by นอนเช้า

และไม่ว่าเราจะรู้สึกอย่างไรชื่อต่างๆนั้นก็ไม่สามารถนึกมาใช้ได้ทั้งหมดหรอก บางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการคำตอบว่าความรู้สึกนั้นคืออะไรไม่ใช่เหรอ เพียงแค่เราสุขใจที่ได้เกิดความรู้สึกนั้น
ถึงแม้หมอกภูเขาจะเห็นว่าคนอื่นมีค่ามากกว่าตัวเอง และรู้สึกเหมือน่าตัวเองเป็นอากาศธาตุ แต่อย่าลืมสิว่า หมอกภูเขาก็ยังมี "ความรู้สึก" อยู่
ปล.อยากจะรับรู้ความแผ่วบางของโรงเรียนตะวันส่องรุ่นที่ 7 ต่อนะคะ
#1 By Ojisama on 2008-07-06 18:36