Tag: study Microbiology like who have gizzard.
posted on 10 Oct 2008 01:42 by morning-sleepingซวยละสิ ตกลงต้องทำTag หรอเนี่ย ส่งมาตอนเค้าฮิตๆกันก็ไม่ได้นะพี่ฝน
Tag นี้เครดิตเป็นของ คุณ Nancy นะคับ
เอามาแปลตัวต่อตัวเลยละกัน ว่า
Tag: study Microbiology like who have gizzard.
Tag เรียน "จุลชีววิทยา" อย่างคนมีกึ๋น
กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
เข้าใจว่ามีคนทำแทกของ จุลชีววิทยาไปแล้วนะ เฮ้อ...
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
ก็เรียน คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาจุลชีววิทยา สาขาMicrobiology อ่ะดิ แหมชื่อเอนทรี่ก็ว่าไว้ ยังจะถามอีก เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือที่ชื่อเล่นว่า บางมด นั้นแหละครับ
ภาควิชานี้มีสองสาขานะครับ คือ Microbiology และ Food Sci and Technology เวลาเข้าก็เลือกเลยว่าจะเข้าสาขาไหน
เป็นมหาลัยเดียวที่ จุลชีววิทยาอยู่รวมภาควิชากับวิทยาศาสตร์การอาหารครับ
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
ก็เรียนวิทยาศาสตร์นะสิ จะให้เรียนวิศวะหรอ ถามได้ แง่ว
พูดถึงจุลชีววิทยาละกันนะครับ ก็จะเรียนเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่มองไม่เห็น โลกของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ Micro = เล็กๆ(จุล) Bio = ชีวิต(ชีว) Logy = ศาสตร์(วิทยา) ทั่วไปก็จะเรียนเกี่ยวกับ แบคทีเรีย ยีสต์ รา ความจริงครอบคลุมไปถึง โพรโตซัว และสาหร่ายด้วย แต่ไม่ค่อยเน้น นอกจากนี้ก็เรียนเกี่ยวกับพวก "ไวรัส" ด้วย แม้ว่าโดยส่วนตัวผมเอง จะจัดให้ไวรัสไม่เป็นสิ่งมีชีวิต
เรื่องไวรัสเป็นสิ่งมีชีวิตรึเปล่านี่ รุ่นผมถกเถียงกันมาในภาควิชาตั้งแต่ปี1ละครับ แต่ละคนก็มีคำจำกัดความของ "ชีวิต" ต่างกันไป
นอกจากเรียนจุลชีววิทยาแล้ว ก็จะได้เรียนวิชาโทเป็น วิทยาศาสตร์การอาหารครับ จบไปแล้วสามารถสอบเป็นนักวิทยาศาสตร์การอาหาร แล้วก็ไปแย่งงานของพวกFood Sci ด้วยนะ ฮา ฮา
ปี1 ส่วนใหญ่จะได้เรียนวิทยาศาสตร์ทั่วไป มาเรียนสายชีววิทยา แต่ก็เจอของหนักอย่างฟิสิกส์ กับแคลคูลัสอยู่ดีครับ ได้ใช้ประโยชน์นะครับ ผมก็เพิ่งมาค้นพบว่า เราสามารถเอาแคลคูลัสมาดิฟหาความชัน หรืออินทริเกตหาพื้นที่ใต้กราฟเกี่ยวกับการทดลองได้ มีประโยชน์มากมาย ขนาดฟิสิกส์ก็ได้ใช้นะ แต่อันนี้ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะดึงมันมาใช้รึเปล่า
ชีววิทยาเทอมนี้เป็นการเอาม.ปลายทั้งหมดมาบีบอัดยัดเยียดใส่ในเทอมเดียว ถ้าคุณเรียนก็จะพบว่าอารมณ์คล้ายๆกับตอนสอบโอเน็ตเอเน็ต เคมีเหมือนได้เรียนเนื้อหาใหม่หมด ม.ปลายเรียนเคมีมาเอาไปสากกะเบือยังได้เลย แล้วก็มี วิชาอังกฤษ ที่เรียนจบสิ้น3ตัวตั้งแต่ปี1
แต่การเรียนภาษาอังกฤษในชีวิตมันยังไม่จบครับ เพราะข้อสอบดันออกเป็นภาษาอังกฤษอีก 2สิ่งที่เหมือนจะหนีได้ แต่หนียังไงก็ไม่พ้น ก็คือ ภาษาอังกฤษ กับ การคำนวนนี่แหละครับ หนีไม่พ้นจริงๆนะ
อ่า ลืมบอก วิชาแลคเชอร์นี่ต้องเรียนควบคู่กับวิชา "แลป" นะครับ วิชาแลปของจุลชีววิทยา ก็จะเกี่ยวข้องกับการใช้กล้องจุลทรรศน์ การเลี้ยงเชื้อ การแยกเชื้อระบุเชื้อ การนำเชื้อมาใช้ประโยชน์ อะไรประมาณนี้ครับ ปีนี้ก็มีแลปตกประมาณ 5 ตัวครับ
เทอม2 ได้เรียนวิชาของวิศวะเครื่องกลด้วยครับ นั่นคือวิชาเขียนแบบเครื่องกล นโยบายของมหาวิทยาลัย คือนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ต้องเรียนวิชาวิศวะถึง9หน่วยกิต(ถ้าจำไม่ผิด) แล้วก็อีกวิชาที่ไม่รู้เรียนไปทำไม วิชาเขียนโปรแกรม แมทแลป (เกี่ยวกะการคำนวนโดยใช้แมททริก) โอ้วววว ให้กูเรียนทำไมเนี่ย
ปี2 ได้เจอวิชาภาคแล้ว วิชา General Micribiology จุลชีววิทยาทั่วไปครับ แล้วก็เจอวิชาบังคับเลือกอย่าง Intro to Food Sci and Technologyวิชานี้เรียนสนุกมาก เป็นวิชาสองตัวแรกของภาควิชาที่ได้เรียน นอกจากนี้ยังมี ออเค็ม (Organic Chemistry) ที่เด็กสายวิทย์รู้กันว่านรกแค่ไหน
ปีนี้ยังจ๊ะเอ๋กับวิศวะอยู่ โดนบังคับเรียน บาล้าน (การคำนวนทางวิศวกรรมเคมีเบื้องต้น) กับอีกวิชาหนักสมองElectrothechnology วิชาของวิศวะไฟฟ้าครับ
เทอม2มีแต่วิชาวิทยาศาสตร์ ดังนั้นแลปจึงเยอะมาก ปี2 ก็กดไป 7ตัวครับ
ปี3 ก็จะได้เรียนวิชาของภาคเป็นจริงเป็นจัง ปีนี้ทั้ง2สาขาจะแยกกันเรียน ตัววิชาก็จะเจาะลึกไปในสิ่งมีชีวิตแต่ละประเภท เช่น เรียนเกี่ยวกับเชื้อราและยีสต์ แบคทีเรีย ไวรัส ปีนี้ก็แลปมากมาย ประมาณ 8ตัวละมั้ง การทำแลปก็จะได้คลุกคลีกับเชื้อโรค บางตัวแค่ทำให้ท้องเสีย หรือระคายเคืองผิว แต่บางตัวก็อันตรายมากๆ ทำแลปครั้งๆถึงต้องฆ่าแบคทีเรียทีเป็นล้านตัวด้วย โหดอำมหิตมาก
ฤดูร้อนก็ไปฝึกงานตามโรงงาน เอาวิชาความรู้ที่เรียนมาไปใช้ประโยชน์โดยเฉพาะวิชาวิศวะทั้งหลายแหล่ที่โดนยัดเยียดให้เรียน รุ่นพี่บอกว่าได้ไปซ่อมเครื่องจักรด้วยนะ =_=" เรียนมาครอบจักรวาลจริงๆ
วิชาหนักกบาลเทอมปีนี้ก็คือ ดิฟอิเคว(พ่อแคลคูลัส) มหานรก กับ ไบโอสเตต(เพื่อนป้าสถิติ) ปั่นสมอง บอกแล้ว ชีวิตมันหนีไม่พ้นการคำนวนไปได้หรอกครับ แม้ว่าจะดิ่งมาสายชีววิทยาก็เถอะ
ปี4 เรียนน้อยมากมายครับ ส่วนใหญ่เป็นวิชาเลือก แล้วแต่ว่าอยากไปทางด้านไหน เช่นเรียนเกี่ยวกับพวกเชื้อโรคโดยเฉพาะ หรือเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับการการตัดต่อพันธุกรรมโดยใช้แบคทีเรีย หรือตัดต่อยีนในแบคทีเรียเพื่อให้มันผลิตสารที่เราต้องการ
แต่ที่หนักนั่นคือทำโปรเจค ที่ต้องจับคู่ทำการวิจัยที่เราได้เลือกไว้ครับ ก็อย่างเช่นพี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ทำโมเลกุลนาโนเข้าไปจับกับเยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรีย เพื่อจัดจำแนกหรือใช้ประโยชน์อื่นๆ การทำโปรเจคนี่หนักหนามากมาย ตามที่รุ่นพี่กล่าวขานกันมา บางครั้งต้องนอนเฝ้าผลทดลองทั้งคืน แล้วตึกภาคเจ้ากรรมก็ดันเฮี้ยนซะด้วย อันนี้ตัวใครตัวมัน
กว่าจะจบออกมา ก็เดาได้ละครับ ว่าทำไมทรงผมไอสไตน์แกถึงเป็นแบบนั้น
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
อันนี้หลากหลายมาก แล้วแต่ว่าจะไปทำงานด้านไหน ส่วนมากจะเข้าไปทำงานตามโรงงานที่ต้องใช้เชื้อจุลินทรีในการผลิตผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่แค่ ยาคูล นมเปรี้ยว ไวน์ เหล้า เบียร์ เบเกอรี่แค่นั้นนะครับ ซอส ซีอิ๊ว น้ำปลา หรืออุตสาหกรรมเกี่ยวกับอาหารทั้งหลายแหล่ล้วนต้องการนักจุลชีววิทยา นอกจากนี้ยังไปแย่งงานพวกฟูดไซน์ก็ได้ ทำงานเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียก็ได้ ทำงานตามโรงพยาบาล หรือตามหน่วยงานวิจัยต่างๆก็ได้ ทำงานเป็นเด็กปั๊มยังได้เลย หลากหลายจริงๆ
แต่โดยส่วนตัวของผมแล้ว การได้เรียนจุลชีววิทยา แม้ผ่านมาเพียงแค่2ปี มันทำให้ผมมีความเข้าใจเกี่ยวกับ"ชีวิต" มากขึ้น หลายคนคงคิดว่า วิทยาศาสตร์อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับชีวิต หรืออะไรประมาณนี้ แต่ว่าจากที่ผมได้สัมผัสมา มันบอกอะไรผมหลายอย่างจริงๆ
ผมได้ใกล้ชิดกับชีวิตมากกว่าใคร ได้เรียนรู้ทำความคุ้นเคยกับชีวิตที่เรียบง่ายที่สุด และเก่าแก่ที่สุด แค่ได้เรียนรู้ทฤษฎีเกี่ยวกับการกำเนิดของชีวิตก็ทำให้เข้าใจชีวิตมากมายแล้ว ยังได้เรียนทฤษฎีเกี่ยวกับการเป็นไปของชีวิต วิทยาศาสตร์คือคำตอบของทุกสิ่งสำหรับผม
คนไทยหลายคนไม่เชื่อการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ แต่กลับไปเชื่อเรื่องของไสยศาสตร์ หรือความเชื่องมงายบางอย่าง ทำให้ผมค่อนข้างแปลกใจ และเศร้าใจไปด้วยกัน
สำหรับผมไม่นับถือศาสนา ผมเชื่อในวิทยาศาสตร์ ถ้าจะถือว่าวิทยาศาสตร์เป็นศาสนาของผมก็ได้
เรียนแล้วเอาไปใช้อะไรได้บ้าง มันครอบคลุมทั้งชีวิตผม ทั้งระบบความคิด ทุกอย่าง
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
เคล็ดลับในการเรียนคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาจุลชีววิทยา มันก็ง่ายๆและไม่มีอะไรมาก แต่ขอ 3ข้อก็แล้วกันนะครับ คือ
1.คุณต้องมีความสนใจใน สิ่งมีชีวิต และชอบวิทยาศาสตร์ มองโลกด้วยตรรกะและเหตุผล
2.คุณต้องเป็นคนที่อึดมากๆ สามารถทำแลปและรายงานได้อย่างทรหดอดทน
3.คุณต้องก้าวไปสู่การเป็นนักจำทีมชาติ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
คณะอื่นยังมี เอ้ย ไม่ช่ายยยยยยย
อยากบอกว่า เรียนวิทยาศาสตร์มันหนักนะน้อง จบยากนะ เพื่อนพี่ทยอยหายไปทีละคน แต่ว่าถ้าชอบจริง รักจริง มันเป็นสาขาที่สนุกมากๆ และน้องจะได้อะไรจากมันมากมาย
ถ้าน้องมาเรียนคณะพี่ น้องจะฆ่าใครตายก็ง่ายนิดเดียว(น่าน เริ่มแนะนำอะไรเลวๆให้ล่ะ) เอาเป็นว่าฮาแน่นอนครับรับรอง
วิทยาศาสตร์เป็นการศึกษาหาความรู้ โดยใช้กระบวนการทางเหตุผล หรือการทดลอง และใช้คณิตศาสตร์ในการอธิบาย แม้ว่าจะเป็นสายชีวะ แต่น้องต้องมีคณิตศาสตร์ที่ดีในระดับหนึ่งนะครับ
เวรแท้ ว่าจะเขียนนิดเดียว แต่ดันเขียนซะเยอะ
เอาซะแค่นี้ละกันครับพี่ฝน -*-